วิธีชะลอความแก่เริ่มที่ตัวคุณเอง

สำหรับท่านใดที่กำลังมองหายาชะลอความแก่อยู่นั้น คุณไม่จำเป็นต้องไปหาที่ไหนไกล ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง ไม่ต้องพึ่งสถาบันเสริมความงาม หรือ รับประทานวิตามินและคลอล่าเจนต่างๆให้เสียสมดุลของร่างกาย คุณสามารถชะลอความแก่ของตัวคุณเองง่ายๆโดยตัวคุณเอง วิธีที่ชะลอความแก่ด้วยตัวเองนั้นจะเป็นอย่างไรตามมาอ่านกันได้เลยค่ะ

1. หัวเราะบ่อยๆ
หลายท่านคนเคยได้ยินมาแล้วว่าหัวเราะช่วยให้หน้าเด็กลง และสิ่งเหล่านี้ก็นเป็นจริงนะคะ เพราะเวลาที่เราหัวเราะ ร่างกายจะทำการหลั่ง “สารเอนโดร์ฟิน” ออกมา ซึ่งจะทำให้ร่างกายและจิตใจมีความสุข เบิกบาน แช่มชื่น และ รู้สึกผ่อนคลาย เพราะเหตุนี้จึงสามารถช่วยยืดอายุให้ยาวนานขึ้น

2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ในหนึ่งสัปดาห์นั้นเราควรเผาผลาญแคลลอรี่ในร่างกาย 1,500 ต่อสัปดาห์ คล้ายกับว่าในสัปดาห์นึงควรเดินให้ได้อย่างน้อยๆ 3 ชั่วโมง เพราะการออกกำลังกายซึ่งนอกจากจะทำให้สุขภาพกายดีแล้วยังส่งผลให้สุขภาพดีขึ้นไปอีกด้วย

3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
เพราะช่วงเวลาที่นอนหลับจะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้รับการผักผ่อน และ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพราะถ้านอนหลับไม่เพียงพอร่างกายจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิธิภาพ สำหรับในไวทำงานให้หาเวลางีบสัก 15 นาที …

วิธีทำให้สมองสดใส พร้อมสู้ในทุกวัน!

วิธีทำให้สมองสดใส
หลายๆคนคงจะเคยเป็นอาการที่ว่า สมองไม่สดชื่น สมองตื้อๆ ไม่ค่อยอยากรับรู้อะไร คิดอะไรก็ไม่ค่อยออก รู้สึกมันไม่โล่งสมอง รู้สึกเพลียๆ ตึงๆ มึนๆ ไม่สบายสมอง ด้วยกันทั้งนั้น เหตุผลหลักๆเหตุผลหนึ่งของอาการเหล่านี้ก็คือ การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ เพราะ การนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอนั้นจะส่งผลให้สมองได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอเช่นกัน

การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอนั้นมีความสำคัญกับสมองของคนเราเป็นอย่างมาก และการนอนหลับนั้นยังต้องเป็นการนอนหลับสนิทติดต่อกันนานประมาณ 6 – 8 ชั่วโฒง ซึ่งถ้าร่างกายได้รับการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอแล้ว นอกจากร่างกายจะทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพแล้ว สมองก็จะได้รับผลกระทบนั้นไปด้วย ซึ่งจะทำให้การจดจำ หรือ การเรียนรู้ต่างๆ ด้อยประสิทธิภาพลงไปด้วย


ในผู้ที่ร่างกายและสมองของเขาได้รับการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอแล้วละก็ หน้าตา ผิว พรรณ ก็จะดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกทั้งสมองยังจะรู้สึก ปลอดโปร่งโล่งสบาย สามารถคิด เข้าใจ และ จดจำ …

วิธีมาร์กหน้าให้เป๊ะ เพื่อผิวหน้าสวย

การมาร์คหน้าใช่ว่าจะมาร์คแบบไหนก็ได้ แต่การมาร์คหน้าเป็นการทำให้ใบหน้าสวยใสได้จากการบำรุงให้ผิวเราอย่างลึกซึ้ง คือมาร์คครีมที่มีสารอาหารต่างๆ มากมาย ซึ่งการมาร์คหน้าก็มีอยู่หลายแบบ ทั้งแบบแผ่น แบบครีม ก็นิยมกันทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล

หลายคนมาร์คหน้าไปแบบตามความเข้าใจของตนเอง คือ มาร์คหน้าในแบบที่ผิดๆ ก้ไม่ทำให้หน้าเป๊ะ สวยใสได้ บางคนมาร์คหน้าแล้วมีสิวขึ้นบนใบหน้า หรือบางคนไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงหลังจากมาร์คหน้า ถ้าเราลองหันมามาร์คหน้าแบบถูกวิธีแล้วจะค้นพบว่าการมาร์คหน้าก็มีข้อดีอยู่มากมาย


วิธีการมาร์คหน้าอย่างถูกวิธี
• สิ่งแรกคือช่วงเวลาในการมาร์คหน้า หลายคนคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวอะไร อยากมาร์คหน้าตอนไหนก็ได้ ความจริงแล้วช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาร์คหน้าคือ ก่อนนอน เพราะเรามาร์คเสร็จไม่ต้องออกไปเจอกับแสงแดด หรือฝุ่นละอองมาทำร้ายผิว แถมยังได้พักผ่อนอีกด้วย
• สิ่งที่สองคือ เรื่องของความสะอาด ควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดก่อนทุกครั้ง รวมไปถึงการล้างมือให้สะอาดด้วย
• มาร์คให้ถูกวิธี ดูระยะเวลาที่มาร์ก ไม่ใช่จะมาร์กหน้านานๆ แล้วจะเป็นข้อดี
• หลังมาร์คหน้าเสร็จแล้วอย่าลืมล้างหน้าให้สะอาดอีกด้วย…

สรรพคุณของตะไคร้ ช่วยรักษาอะไรบ้าง?

สรรพคุณของตะไคร้
ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้าน ที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ที่ให้ความอร่อยและช่วยดับกลิ่นคาวในอาหารได้อีกด้วย หรือจะนำตะไคร้ไปคั้นทำเป็นน้ำตะไคร้ที่มากไปด้วยสรรพคุณและความอร่อย น้ำตะไคร้นั้นดื่มง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบทานผัก ทานตะไคร้ในอาหารจึงสามารถดื่มน้ำตะไคร้แทนจะง่ายกว่า

สำหรับส่วนของตะไคร้ที่เรานำมาใช้ คือ ราก ส่วนหัว ลำต้น ใบ ต้น แล้วแต่ความเหมาะสมว่าจะใช้ส่วนไหนทำอะไร เราต้องเลือกใช้ให้ถูก เช่น ถ้าจะเอาไปใส่แกงก็เป็นส่วนลำต้น ถ้าจะนำไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยยากันยุงก็ใช้ใบของตะไคร้ เป็นต้น แต่ส่วนใบตรงขอบใบจะคมต้องระวังส่วนขอบใบจะบาดมือเลือดออกได้

สรรพคุณของตะไคร้
• ช่วยรักษาโรคหืด
• ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง
• ช่วยขับปัสสาวะ
• ช่วยแก้อหิวาตกโรค
• สามารถนำมาเป็นยาทานวดได้ แล้วแต่เราจะประยุกต์
• ช่วยบำรุงธาติในร่างกาย
• ทำให้เจริญอาหาร
• …

สี่แร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพ มีอะไรบ้าง?

1. โครเมียม – โครมเมียมเราสามารถหารับประทานได้จาก อาหารการกินของเราเนี่ยแหละค่ะ ก็อย่างเช่นอาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผักต่างๆ เป็นต้น โดยโครมเมียมนั้นจะเป็นตัวที่ช่วยรักษาคลอเลสเตอรรอลและ ไขมัน ให้อยู่ในระดับที่สมดุล อีกทั้งยังช่วยลดควาเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดแข็งตัว

2. แมงกานีส – แมกกานีสจะจำเป็นและเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานมาก เพราะ แมงกานีสมีส่วนช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด มีส่วนช่วยในการสร้ามอินซูลิน โดย แมงกานีส สามารถพบได้ตามอาหารประเภท ข้าวกล้อง ถั่งเหลือง ถั่วแดง มันเทศ เป็นต้น ผู้ป่วยเบาหวานนั้นควรรับประทานแมงกานีสให้ได้วันละ 3 – 5 มิลลิกรัม จะดีมากๆ


3. สังกะสี – สังกะสีนั้นสามารถพบได้ในอาหารจำพวก …

โสดก็สบายแบบนี้แหละ ข้อดีของคนโสด

โสดก็สบายแบบนี้แหละ

1. คุณสามรถทำงานได้เต็มที่ – คุณสามารถทำงานได้หามรุ่งหามค่ำ จะบ้างานเท่าไหร่บ้านไปเลย ไม่มีใครมาคอยโทรตามไม่มีใครมาคอยถามว่าจะกลับหรือยังหรือ แอบงอนแอบน้อยใจที่คุณให้ความสำคุญกับงานมากกว่าสิ่งอื่น

2. ไม่ต้องมาทำอะไรที่ไม่ใช่ของตัวเอง – เช่นไม่ต้องมานั่งล้างถ้วยล้างจานที่คุณไม่ได้รับประทานอาหารที่ใส่มันเลยยังต้องมาล้างอีก ไม่ต้องต้องมานั่งซักผ้า ซักถุงเท้าเหม็นๆที่เราไม่ได้ใส่ ไม่ต้องมานั่งทำความสะอาดบ้านหรือคอยจัดเก็บของที่เราไม่ได้นำมันออกมาแล้วเก็บไม่เข้าที่

3. ของขอบเราคนเดียว – ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง หรืออะไรก็ตามาก็เป็นของเราแต่เพียงผู้เดียวไม่ต้องมีคนมาทำให้มันสับที่หรือมีของของอีกคนนึงมาแทรกพื้นทีค่ใช้สอยของเรา เป็นอะไรที่ไม่ชำคาญใจที่สุดแล้ว

4. นอนหลับอย่าสบายใจ – ในเวลาเข้านอนไม่ต้องมีคนมาคอยแย่งผ้าห่ม แย่งหมอนข้าง และมานอนเบียดเราอีก นอกจากนี้อาจจะทีเสียงกรน เสียงกัดฟัน การนอนดิ้น การนอนละเมอ หรืออะไรก็แล้วแต่มาทำให้เราสะดุ้งตื่นตอนกลางคืน…

หลักการแต่งบ้านที่มีพื้นที่แคบแนวญี่ปุ่น

ถ้าบ้านของคุณมีห้องเล็กๆว่างๆ ซึ่งไม่รู้จะตกแต่งอย่างไรดี และสำหรับใครที่ชื่นชอบห้องออกแนวญี่ปุ่นน่ารักๆอยู่แล้ว วันนี้เรามีก็วิธีการแต่งบ้านแนวญี่ปุ่นมาฝากกันค่ะ

หลักการตกแต่งบ้านแนวญี่ปุ่น

1. ต้องโปร่งสบาย
การทำที่แคบๆให้ดูดล่งๆ โปร่งๆ เป็นการยากพอตัว โดยต้องอาศัยการจัดวางของตกแต่ง ฟอนิเจอร์ ให้เป็นระเบียบ เป็นที่เป็นทาง เป็นสัดเป็นส่วน ทุกๆอย่างในห้องต้องปราศจากฝุ่นละออง วางเพียงแต่ของที่จำเป็นเท่านั้น โดยอาจประยุกต์ฟอนิเจอร์ให้เป็นที่เก็บของไปในตัวเหมือนซ่อนของเอาไว้ให้มิดชิด

2. ห้ามกั้นห้องในที่ที่แคบอยู่แล้ว
การตกแต่งห้องแคบถ้าเลี่ยงการกั้นห้องได้ ควรหลีกเลี่ยงซะนะคะ เพราห้องที่แคบอยู่แล้วถ้ายังไปกั้นอีกจะทำให้ดูอึดอัด แต่ถ้าจำเป็นต้องกั้นห้องจริงๆ แนะนำให้ใช้ชั้นวางของแบบโปร่ง หรือ ฉากกั้นที่เป็นชั้นวางของในตัว เผื่อถ้าวันไหนอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถย้ายชั้นวางของออกได้ โดยไม่ต้องทุบห้องใหม่ให้เป็นการสิ้นเปลือง

3. เฟอร์นิเจอร์ต่างๆควนเป็นแบบบิวด์อิน
เพราะการใช้ฟอร์นอเจิร์แบบบิวด์อิน จะช่วยประหยัดพื้นที่ๆมีน้อย
อยู่แล้ว คืดฟอนอเจอร์แบบบิวด์อินจะเป็นการใช้สอยพื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์

4. ให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีประโยชน์มากกว่า 1 อย่าง
โดยคุณอาจจะเลือกซื้อเฟอร์นิเจอณืที่มีประโยชน์การใช้สอยที่มากกว่า …

หลักการเลือกผ้าม่าน เพื่อให้บ้านสวย

หลักการเลือกผ้าม่าน
ผ้าม่านเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในการจัดตกแต่งบ้าน เพราะถ้าทุกอย่างลงตัวแล้วมีผ้าม่านที่โดนมีอันเดียวมันก็ดูจะไม่ค่อยลงตัวกันไปหน่อยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นก็อย่าลืมให้ความใส่ใจในการเลือกซื้อผ้าม่านด้วยนะคะ เพื่อความลงตัวอบ่างสมบูรณ์แบบ

ในการเลือกผ้าม่านนั้นเรามีหลักการง่ายๆมาฝากกันค่ะ คือให้ดูก่อนว่า การตกแต่งบ้านในสไตล์ต่างๆการจัดวางฟอร์นิเจอร์หรือรูปแบบและสันสันของเฟอร์นิเจอร์เป็นอย่างไร จากนั้นก็ให้ผู้ตกแต่งดูอีกทีหนึ่งว่าอยากจะได้ผ้าม่านในแบบไหน แล้วเอามาทำการเปรียบเทียบกันว่าเข้ากันได้หรือไม่

ในหารเลือกผ้าม่านแนะนำว่าให้เลือกใช่ผ้าม่านแบบสองชั้น ชั้นแรกหรือชั้นนอกสุด ให้เลือกในแบบสีเข้มเนื้อผ้าหนา ที่สามารถป้องกันแสงแดดไม่ให้ส่องเข้ามาในห้องได้ สำหรับผ้าม่านชั้นที่สองก็ให้เลือกในแบบบางๆไม่อะไรมาก เพราะชั้นที่สองหรือชั้นในนนี้จะเป้นตัวช่วยกรองแสงอีกทีหนึ่ง

หากคุณสนใจอยากได้ผ้าม่านลายแปลกๆสวยถูกใจ ก็สามารถเข้ามาดูกันได้ที่ tj-interior เพราะที่นี่เค้าเต็มไปด้วยผ้าม่านหลากสีหลายสไตล์จัดเตรียมไว้ให้คุรได้เลือกสรรค์แล้ว ยังไงก็ลองเข้าไปเลือกดูกันได้นะคะ แบบสวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ…

4 คำถามเพื่อการเปลี่ยนแปลงตัวเอง

1. ลองถามตัวเองดูซิว่าคุณคือใครกันแน่ และต้องการอะไรในชีวิต – เพราะในบางครั้งเราคิดว่าเรารู้จักตัวเองดีแล้ว แต่ความจริงมันอาจไม่ใช่เลยก็ได้ เพราะคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องทำการรู้จักกับตัวเองและลองตั้งคำถามบางกย่างกับตัวเองดู เช่น คุณอายุเท่าไหร่แล้ว ,งานที่คุณกำลังทำหรือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นี้คุณมีความสุขและพึงพอใจมันแค่ไหน ซึ่งคำถามพวกนี้จะเป็นตัวที่ช่วยาคุณไปยังคำตอบในชีวิต ช่วยทำให้คุณรู้ว่าเวลานี้คุณกำลังทำอะไรอยู่ จะทำอะไรต่อไป และจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร

2. งานที่คุณกำลังทำหรือสิ่งที่คุณกำลังทำคุณรู้จักมันดีมากน้อยแค่ไหน – ในการที่คุณจะดำรงชีวิตอยู่นั้น คุณจะต้องแข็งแกร่งกว่าธรรมชาติ กฎเกณฑ์ในข้อนี้ สามารถนำมาเป็นข้อคิดในเรื่องการทำงานได้เช่นกัน ซึ่งในการมองก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของแต่ละคน ว่าคุณจะมองแบบวิเคราะห์ ,มองแบบองค์รวม หรือมองในแบบตาบอด สิ่งเหล่านี้เราสามารถทำมันให้มาเป็นการมองแบบคิดวิเคราะห์ เพียงแค่คุณเริ่มที่รู้จักจะอ่านข่าวสาร อ่านหนังสือต่างๆ แล้วลองวิเคราะห์มัน และอาจจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับการทำงานของคุณก็ได้ จะช่วยให้คุณเข้าใจมันมากยิ่งขึ้น


3. คุณพยามยามที่สุดแล้วหรือยัง – ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คุณกำลังทำคุณพยายามทำมันแล้ว ให้คุณย้อยกลับไปถามตัวเองว่า คุณได้พยายามอย่างเต็มที่ สุดความสามารถของคุณหรือยัง สุดพลังของคุณหรือยัง …